ข้อควรรู้บางประการสำหรับการทำงานกับคนญี่ปุ่น

2020/02/26
Category:News

หากคุณต้องทำงานกับคนญี่ปุ่น บทความนี้อาจจะเป็นประโยชน์สำหรับคุณ

                                                                

 

เงียบคือดี
ในการทำธุรกิจร่วมกันนั้น คนญี่ปุ่นจะให้คุณค่ากับความเงียบมากกว่าการเจรจาพูดคุยที่เยอะเกินไป ในหนังสือเรื่อง การสื่อสารระหว่างวัฒนธรรม ที่เขียนโดย Larry Samovar, Richard Porter และ Edwin McDaniel ได้กล่าวไว้ว่า ความเงียบนั้นสัมพันธ์สอดคล้องกับความน่าเชื่อถือ  ความเงียบยังสะท้อนถึงความสามารถในการควบคุมอารมณ์และการมีวุฒิภาวะที่ดี  ซึ่งคุณค่านี้ที่คนญี่ปุ่นยึดถือนั้นอาจจะตรงกันข้ามกับประเทศในโลกตะวันตกที่การพูดคุย เจรจา อย่างกระฉับกระเฉงต่อเนื่องจะทำให้การสื่อสารเป็นไปได้ดีกว่า  
ระหว่างการประชุมนั้นหากเนื้อหาการประชุมดำเนินไปอย่างเคร่งเครียด คนญี่ปุ่นจะใช้ความเงียบระงับความตึงเครียดในห้องประชุม เพื่อให้ผู้เข้าร่วมประชุมได้ออกจากข้อโต้แย้งอันแสนเครียดนั้น และเพื่อให้ความสงบรวมถึงความปรองดองกลับคืนมา  

 

สามัคคีคือพลัง
การทำงานเป็นทีมนั้นสำคัญมากสำหรับคนญี่ปุ่น โดยเฉพาะเมื่อตระหนักถึงข้อเท็จจริงที่ว่า วัฒนธรรมญี่ปุ่นนั้นไม่ได้เป็นแบบปัจเจกนิยม ฉะนั้นเมื่อต้องได้รับคำชมเชยหรือรางวัลจากการทำงานใดๆ ทั้งทีมงานจะได้รับรางวัลนั้นร่วมกัน และมักจะไม่มีบุคคลใดคนหนึ่งในกลุ่มที่ได้รับคำชมเชยแต่เพียงผู้เดียว

 

นามบัตรนั้นสำคัญไฉน
นามบัตรไม่ใช่เพียงกระดาษที่บอกขื่อสกุล ตำแหน่ง รายละเอียดการติดต่อของคนๆนึงเท่านั้น สำหรับชาวญี่ปุ่นนามบัตรเปรียบเสมือนตัวตนของคนนั้นๆเลยทีเดียว  ฉะนั้นพึงให้ความสำคัญและปฏิบัติกับนามบัตรของผู้ที่ให้เปรียบดังกำลังปฏิบัติต่อคนๆนั้นอยู่  คนญี่ปุ่นจะมีธรรมเนียมการแลกนามบัตรซึ่งถือเป็นมารยาทพื้นฐานในการทำธุรกิจ นักศึกษาจบใหม่ที่เพิ่งเข้าทำงานจะได้รับการอบรมและเทรนให้รู้จักการแลกนามบัตรที่ถูกวิธี  คร่าวๆคือ ใช้ทั้งสองข้างในการยื่นและรับนามบัตร หันนามบัตรด้านที่ผู้รับสามารถอ่านรายละเอียดบนนามบัตรได้ให้ผู้รับ เมื่อรับนามบัตรของคู่ตรงข้ามแล้ว ให้อ่านรายละเอียด (ชื่อ สกุล ตำแหน่ง) บนนามบัตร กล่าวโดยย่อคือให้ "ใส่ใจ" กับนามบัตรนั้น เราจะไม่ยัดนามบัตรเข้ากระเป๋าสตางค์ หรือเก็บนามบัตรนั้นโดยทันที และจะไม่เขียนข้อความ หรือ ทำโน๊ตเล็กๆบนนามบัตรนั้นด้วย  หากต้องนั่งประชุม เราจะวางนามบัตรของคู่ค้าลงบนกระเป๋านามบัตรของเรา (เหมือนดังให้คู่ค้านั่งบนฟูกนั่ง) หากได้รับนามบัตรหลายใบให้วางนามบัตรทั้งหมดตรงหน้าเราโดยเรียงตามตำแหน่งนั่งของผูัที่ให้ และเราจะวางนามบัตรของผู้ที่มีตำแหน่งสูงสุดไว้บนกระเป๋านามบัตรของเรา

 

อายุ เท่ากับ วัยวุฒิ
คนญี่ปุ่นให้เกียรติและให้ความเคารพต่อผู้ที่อาวุโสกว่า ไม่แปลกเลยที่ผลสำรวจหลายๆสำนักจะพบว่าผู้บริหารระดับสูงสุดของบริษัทในญี่ปุ่น มีอายุเฉลี่ยอยู่ที่ 62 ปี  อายุที่สูงขึ้นของพนักงานมักจะแปรผันตามตำแหน่งที่สูงขึ้นเช่นกัน  ควรปฏิบัติต่อผู้ที่อาวุโสกว่าให้สุภาพและนอบน้อมกว่าผู้ที่ดูเด็กกว่า และจงแลกนามบัตรกับผู้ที่มีตำแหน่งสูงที่สุดก่อนเสมอ

 

ขายหนักมักจะขายไม่ได้
อย่า hard-sell กับคนญี่ปุ่น อย่าพยายามเน้นการขายที่เร่งรัดให้ผู้ซื้อตัดสินใจ หรือ พูดจาโน้มน้าวมากจนเกินไป ในทางตรงข้ามการนำเสนอสินค้าหรือบริการแบบนอบน้อม ชี้ให้เห็นถึงข้อดีของสินค้า โดยกล่าวถึงจุดเสียของสินค้าบ้าง จะทำให้ผู้ซื้อเชื่อถือและตัดสินใจซื้อสินค้าหรือใช้บริการได้มากกว่า 
จงจำไว้ว่าการสร้างความเชื่อถือ ความมั่นใจและการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้า ถือว่าสำคัญมากสำหรับการทำธุรกิจกับคนญี่ปุ่น


การให้ของขวัญ
ประเพณีการแลกของขวัญนั้นก็สำคัญเช่นกันในวัฒนธรรมญี่ปุ่น โดยเฉพาะในการพบกับครั้งแรก (ทางธุรกิจ) อย่างไรก็ดี มีของขวัญบางอย่างที่ไม่ควรมอบให้คนญี่ปุ่น เช่น ดอกลิลลี่, ดอกบัว, ดอกคามิลเลีย และดอกไม้ที่มีสีขาวต่างๆ เป็นดอกไม้ที่ใช้ในงานศพ ฉะนั้นจึงไม่เหมาะหากจะมอบให้แขก  และอะไรก็ตามที่เป็นเลขสี่หรือเลขเก้าซึ่งถือเป็นเลขอัปมงคลของญี่ปุ่นก็ควรหลีกเลี่ยง  นอกไปจากนี้หากต้องส่งการ์ดคริสต์มาส พยายามอย่าใช้สีแดง เพราะโดยปกติการ์ดงานศพจะใช้สีนั้นเป็นต้น


การแต่งกาย
ญี่ปุ่นยังมีความอนุรักษ์นิยมอยู่มากโดยเฉพาะในเรื่องการแต่งกาย  ผู้ชายจะใส่ชุดสูทสีเข้มและรองเท้าหนังสุภาพไปทำงานเหมือนๆกัน ในขณะที่ผู้หญิงสวมชุดสูทกระโปรงยาวประมาณเข่า, ส้นสูงที่ไม่สูงเกินไป แต่งหน้าแบบที่ไม่เข้มเกินไป และสวมเครื่องประดับแต่น้อยไปทำงาน ทั้งนี้ทั้งชายและหญิงจะไม่ฉีดน้ำหอมหรือไม่ใส่โลชั่นและเครื่องหอมอื่นๆที่มีกลิ่นไปทำงาน
 

ที่มา:

https://www.americanexpress.com/en-us/business/trends-and-insights/articles/doing-business-in-japan-10-etiquette-rules-you-should-know/

 

โดย นกสาลิกา