5 คำแนะนำจากประสบการณ์ที่ได้ไปสัมภาษณ์งานแล้วไม่ได้งาน

2020/02/26
Category:News

    หากคุณเคยประสบปัญหาที่ไม่ว่าจะไปสัมภาษณ์งานมามากแค่ไหนก็มักที่จะนกตลอด ก็อย่าเพิ่งท้อไป เพราะจริง ๆ แล้วการถูกปฏิเสธก็อาจจะไม่ได้แปลว่าคุณไม่เก่ง ให้คิดซะว่าเป็นประสบการณ์ เป็นบทเรียนที่จะเอาไปปรับใช้ในการสัมภาษณ์ครั้งต่อ ๆ ไปให้ดียิ่งขึ้น วันนี้ทาง Pasona ได้เอาเคล็ดลับต่างๆมาแนะนำผู้อ่านทุกท่านให้ลองเอาไปปรับใช้กันดู เผื่อคราวหน้าจะได้ไม่พลาด!

 

                                                                                             

หาข้อมูลของบริษัทไว้บ้าง

การเตรียมข้อมูลของบริษัทที่จะไปสัมภาษณ์งาน เป็นสิ่งนึงที่ผู้สัมภาษณ์มองว่าคุณมีการเตรียมตัวที่ดี เขาอาจมองว่าคุณเป็นคนวางแผนในการทำงานเพราะการทำงานที่มีการวางแผนและเตรียมตัวล่วงหน้าเป็นสิ่งที่ทำให้งานดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น อีกทั้งการศึกษาข้อมูลบริษัทและการตอบคำถามเกี่ยวกับบริษัทอย่างถูกต้อง จะแสดงให้เห็นว่าคุณมีความสนใจในบริษัทนั้น และมีความมุ่งมั่นอยากจะทำงานกับองค์กรนั้นจริงๆ แน่นอนว่าทุกองค์กรต่างก็อยากได้คนที่อยากทำงานกับตนจริงๆ

ห้ามโกหกเด็ดขาด !!

เพราะคนสัมภาษณ์จะฉลาดพอที่จะรู้ว่าการกระทำที่เราทำต่อหน้าเค้าและคำตอบของเรา มันคือการแสดง ไม่ว่าจะโกหกเรื่องทักษะและความสามารถต่างๆ ประวัติในอดีตและการทำงาน และถึงแม้ว่าตอนที่สัมภาษณ์ ผู้สัมภาษณ์จะดูไม่ออกและเชื่อในสิ่งที่คุณพูดทั้งหมด แต่ว่าหากคุณได้งานนั้นและต้องร่วมงานกับบริษัทจริงๆ สิ่งที่คุณเคยโกหกไว้ตอนสัมภาษณ์ก็จะเริ่มเปิดเผยออกมาให้คนอื่นรู้ เมื่อพวกเขารู้ว่าคุณโกหกเพื่อให้ได้งาน ความน่าเชื่อถือในการทำงานของคุณจะลดน้อยลง เพื่อนร่วมงานอาจไม่เชื่อคำพูดและมองว่าคุณเป็นคนไม่จริงใจ อีกทั้งประสิทธิภาพในการทำงานก็ลดน้อยเพราะคุณไม่สามารถทำงานตามที่เขาคาดหวังไว้ได้

 

มีความมั่นใจในตัวเอง

ความมั่นใจจะเป็นตัวเสริมสร้างเสน่ห์ในตัวเรา ลองคิดดูสิว่าถ้าเราไม่มั่นใจในตัวเอง แล้วเราจะทำให้คนอื่นมั่นใจในตัวเราได้ยังไงบริษัทหรือผู้สัมภาษณ์ส่วนมากชอบคนที่มีความมั่นใจ เพราะเวลาที่เราทำงานนั้น จะสามารถตัดสินใจอะไรด้วยตัวเองได้ กล้าที่จะแสดงศักยภาพของตัวเองออกมาอย่างเต็มที่ กล้าแสดงความเห็น การที่คุณถูกเรียกไปสัมภาษณ์ก็แสดงว่าทางบริษัทเขาเห็นอะไรในตัวคุณ จาก Resume ที่ส่งไป เพราะฉะนั้นจงคิดไว้เสมอว่า เราก็มีดีเหมือนกัน ถึงคำถามไหนที่เราไม่มั่นใจ ก็จงตอบไปว่า ไม่มั่นใจ แต่จะพยายามให้ดีที่สุด

อย่างไรก็ตาม ความมั่นใจที่มากเกินไปอาจส่งผลเสียต่อตัวคุณได้ บางคนพยายามแสดงออกว่าคุณมั่นใจในตนเองมากและพูดจาโอ้อวดถึงประวัติการทำงาน รางวัลต่างๆที่มันดูมากเกินไปจนทำให้คนฟังเกิดความหมั่นไส้ ทางที่ดีคุณไม่ควรชมตัวเองมากเกินไปและพยายามแสดงความอ่อนน้อมถ่อมตนเมื่อได้รับคำชม แบบนี้จะประทับใจผู้สัมภาษณ์มากกว่า

 

หาข้อเสียของตัวเองให้เจอ

คำถามยอดฮิต ที่ต้องเจอทุกครั้งที่สัมภาษณ์งาน คงหนีไม่พ้น “จงบอกข้อเสียของตัวเอง” แน่นอนว่าถ้าเรารู้ตัวเองว่าเรามีข้อเสียตรงไหนบ้าง และเรารู้ว่าสามารถเปลี่ยนจุดด้อยนั้นให้กลายเป็นจุดแข็งได้ยังไง ใคร ๆ ก็อยากได้เราไปร่วมทีมด้วยทั้งนั้นแหละ เราทุกคนไม่มีใครที่ไม่มีข้อเสีย เพียงแต่ว่าผู้สัมภาษณ์มักจะอยากได้คำตอบนี้เพื่อประเมินว่าคุณรู้จักตัวเองดีแค่ไหนและคุณยอมรับในข้อเสียตนเองหรือไม่ คนที่บอกว่าตนเองไม่มีข้อเสียจะถูกมองว่าเป็นน้ำเต็มแก้ว คือไม่สามารถรับคำวิจารณ์จากหัวหน้างานได้เพราะคิดว่าตนเองทำดีแล้ว

แต่คำถามนี้ก็เป็นอีกคำถามนึงที่วัดไหวพริบของผู้ถูกสัมภาษณ์เพราะข้อเสียบางอย่างอาจส่งผลต่อการทำงานและทำให้มองว่าคุณไม่ควรทำงานในตำแหน่งนี้ ดังนั้นผู้ถูกสัมภาษณ์จะต้องใช้ทักษะการพูดและไหวพริบเพื่อสร้างคำตอบที่เป็นกลางหรือทำให้ข้อเสียนั้นส่งผลกับการทำงานน้อยที่สุด

 

ควรจะที่ถามคำถามบ้าง

บางคนไม่กล้าถาม เพราะคิดไม่ออก ไม่รู้จะถามอะไร หรือ กลัวคำถามที่ถามจะไม่เหมาะสม แต่จริง ๆ แล้วการถามคำถามจะแสดงให้เห็นว่าคุณสนใจในตำแหน่งนี้ ในบริษัทนี้จริง ๆ

เคยมั้ย ไปสัมภาษณ์งานแล้วเราค่อนข้างมั่นใจว่าเราต้องได้งานแน่ๆ แต่ดันไม่ได้งานโดยที่ไม่รู้เลยว่าเราผิดพลาดตรงไหน ถ้าหากเป็นเช่นนี้ เราขอแนะนำคุณว่า ในครั้งต่อไปหากสัมภาษณ์เสร็จแล้ว ลองขอฟีดแบคจากคนสัมภาษณ์ดูสิ ถึงแม้ว่าผลสัมภาษณ์จะไม่ผ่านก็ตาม เพราะเราจะได้เอาข้อบกพร่องเหล่านั้นไปปรับปรุง แก้ไข ไว้ใช้ในการสัมภาษณ์ครั้งต่อไป

 

คำแนะนำ ที่ทาง Pasona รวบรวมมาในวันนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งจากประสบการณ์ที่จะช่วยให้คุณเตรียมตัวในการสัมภาษณ์งานเท่านั้น อย่าลืมว่า first impression หรือความประทับใจในการเจอกันครั้งแรกสำคัญที่สุด หากคุณเตรียมตัวตามแนวทางของเรา และใช้ไหวพริบทั้งหมดที่คุณมีอยู่ในการตอบคำถาม เพียงเท่านี้คุณก็อาจชนะใจผู้สัมภาษณ์ได้ไม่ยาก